สามีจอมเหี้ยม ฆ่ารัดคอภรรยาตายคาเตียงในโรงพยาบาล ทั้งที่เพิ่งผ่าตัดจากอาการแท้งลูกมาหมาด ๆ เพียงเพราะโกรธเคืองที่เพิ่งทะเลาะกันยกใหญ่
วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ รายงานข่าวชวนสลดใจ จากเมืองโจวโกว มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน เมื่อหญิงวัย 25 ปี นาม ลี หงเจีย ถูกฆาตกรรมด้วยการรัดคอจนถึงแก่ความตายขณะนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ด้วยน้ำมือของคนที่เป็นสามี
พี่สาวของผู้ตายระบุด้วยความเศร้าว่า สามีของนางลีชื่อ จาง หยาจ้าว บุกเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยใน ขณะที่นางลีกำลังนอนพักฟื้นหลังเข้ารับการผ่าตัด จากนั้นเขาก็ผละออกจากห้องที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว ในเวลาต่อมา แพทย์และพยาบาลได้เข้ามาพบร่างไร้ลมหายใจของนางลี จึงรีบติดต่อครอบครัวโดยด่วนที่สุด
สำหรับต้นเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ ต้องย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ นางลีและสามีได้เดินทางไปพบญาติผู้ใหญ่ในช่วงก่อนวันตรุษจีน แต่นางลีต้องการกลับบ้านเร็วกว่าปกติ เพราะเวลานั้นเป็นช่วงใกล้วันตรุษจีน หากกลับบ้านเร็วได้เท่าไรจะยิ่งดี เพราะไม่ต้องทนแออัดกับฝูงชนบนท้องถนน
หารู้ไม่ว่าคำพูดดังกล่าวทำให้นายจางโกรธมากจนบันดาลโทสะ เขาด่าทอและใช้เก้าอี้ไม้ทุ่มใส่เมียสาวจนศีรษะแตกเลือดอาบ จนพ่อแม่ของนายจางต้องรีบเข้ามาห้าม เขาจึงสงบสติอารมณ์ลงแต่โดยดี
หลังจากนั้น วันที่ 23 กุมภาพันธ์ นางลีประสบภาวะแท้งบุตร จึงต้องรีบเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลโดยด่วน ระหว่างที่เธอกำลังนอนพักฟื้นในช่วงเวลาประมาณ 17.00 น. นั้นเอง สามีของเธอก็บุกเข้ามาฆ่ารัดคอจนถึงแก่ความตาย หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนที่เกิดเหตุอย่างครบถ้วนแล้ว พวกเขาจึงได้ควบคุมตัวนายจางไปดำเนินคดีตามกฎหมาย
น่าเศร้าที่ปัญหาการใช้ความรุนแรงในครอบครัวกลายเป็นเรื่องปกติในสังคมจีน จากผลสำรวจจากหญิงชาวจีนทั่วประเทศ ตลอดทั้งปี 2558 พบว่าหญิง 30 เปอร์เซ็นต์จาก 270 ล้านครอบครัว ถูกทารุณกรรมโดยคนในครอบครัวเอง ในขณะที่ 16 เปอร์เซ็นต์กล่าวว่า พวกเธอเคยถูกทำร้ายร่างกายจากสามี และอีก 14.4 เปอร์เซ็นต์ของชายจีน ยอมรับว่าพวกเขาเคยทุบตีภรรยาจริง
อย่างไรก็ดี เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้เข็นกฎหมายที่ว่าด้วยการใช้ความรุนแรงในครอบครัวออกมาเป็นฉบับแรก ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มีนาคม 2559 นี้ แต่ทั้งนี้ กฎหมายฉบับดังกล่าวไม่ได้ครอบคลุมถึงการใช้ความรุนแรงระหว่างคู่รักร่วมเพศแต่อย่างใด


ภาพจาก Sina
วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ รายงานข่าวชวนสลดใจ จากเมืองโจวโกว มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน เมื่อหญิงวัย 25 ปี นาม ลี หงเจีย ถูกฆาตกรรมด้วยการรัดคอจนถึงแก่ความตายขณะนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ด้วยน้ำมือของคนที่เป็นสามี
พี่สาวของผู้ตายระบุด้วยความเศร้าว่า สามีของนางลีชื่อ จาง หยาจ้าว บุกเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยใน ขณะที่นางลีกำลังนอนพักฟื้นหลังเข้ารับการผ่าตัด จากนั้นเขาก็ผละออกจากห้องที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว ในเวลาต่อมา แพทย์และพยาบาลได้เข้ามาพบร่างไร้ลมหายใจของนางลี จึงรีบติดต่อครอบครัวโดยด่วนที่สุด

สำหรับต้นเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ ต้องย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ นางลีและสามีได้เดินทางไปพบญาติผู้ใหญ่ในช่วงก่อนวันตรุษจีน แต่นางลีต้องการกลับบ้านเร็วกว่าปกติ เพราะเวลานั้นเป็นช่วงใกล้วันตรุษจีน หากกลับบ้านเร็วได้เท่าไรจะยิ่งดี เพราะไม่ต้องทนแออัดกับฝูงชนบนท้องถนน
หารู้ไม่ว่าคำพูดดังกล่าวทำให้นายจางโกรธมากจนบันดาลโทสะ เขาด่าทอและใช้เก้าอี้ไม้ทุ่มใส่เมียสาวจนศีรษะแตกเลือดอาบ จนพ่อแม่ของนายจางต้องรีบเข้ามาห้าม เขาจึงสงบสติอารมณ์ลงแต่โดยดี
หลังจากนั้น วันที่ 23 กุมภาพันธ์ นางลีประสบภาวะแท้งบุตร จึงต้องรีบเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลโดยด่วน ระหว่างที่เธอกำลังนอนพักฟื้นในช่วงเวลาประมาณ 17.00 น. นั้นเอง สามีของเธอก็บุกเข้ามาฆ่ารัดคอจนถึงแก่ความตาย หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนที่เกิดเหตุอย่างครบถ้วนแล้ว พวกเขาจึงได้ควบคุมตัวนายจางไปดำเนินคดีตามกฎหมาย

น่าเศร้าที่ปัญหาการใช้ความรุนแรงในครอบครัวกลายเป็นเรื่องปกติในสังคมจีน จากผลสำรวจจากหญิงชาวจีนทั่วประเทศ ตลอดทั้งปี 2558 พบว่าหญิง 30 เปอร์เซ็นต์จาก 270 ล้านครอบครัว ถูกทารุณกรรมโดยคนในครอบครัวเอง ในขณะที่ 16 เปอร์เซ็นต์กล่าวว่า พวกเธอเคยถูกทำร้ายร่างกายจากสามี และอีก 14.4 เปอร์เซ็นต์ของชายจีน ยอมรับว่าพวกเขาเคยทุบตีภรรยาจริง
อย่างไรก็ดี เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้เข็นกฎหมายที่ว่าด้วยการใช้ความรุนแรงในครอบครัวออกมาเป็นฉบับแรก ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มีนาคม 2559 นี้ แต่ทั้งนี้ กฎหมายฉบับดังกล่าวไม่ได้ครอบคลุมถึงการใช้ความรุนแรงระหว่างคู่รักร่วมเพศแต่อย่างใด



ภาพจาก Sina