พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ 10) พล.ต.ต.กิตติพงษ์ เงามุข รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรธนะ ผบก.สส.ภ.2 และ พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.สภ.เมืองพัทยา พร้อมกำลังตำรวจทั้งใน และนอกเครื่องแบบกว่า 50 นาย คุมตัว นายอิทธิเดช อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนจี้ 2 พนักงานบริษัทแซมโก้ ชิงถุงเงิน 8.8 ล้านบาท ที่หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี พัทยาใต้ เมื่อวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา ทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ ท่ามกลางประชาชนนับร้อยคนให้ความสนใจมามุงดูเป็นจำนวนมาก พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า หลังเกิดเหตุทางตำรวจได้แกะรอยจากรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ กระทั่งใช้เวลาแค่ 1 เดือน สามารถติดตามจับกุมคนร้ายไว้ได้ที่ลานจอดรถห้างโลตัส อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พร้อมของกลาง เงินสด 5,895,100 บาท อาวุธปืน 1 กระบอก และรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีขาว ทะเบียน ฏย-3201 กทม. ตรวจสอบประวัติ พบมีหมายจับอีก 4 หมายของศาลจังหวัดพิจิตร และศาลจังหวัดกำแพงเพชร ข้อหาครอบครองยาเสพติดและฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
ด้าน นายอิทธิเดช ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้เคยมีอาชีพเป็นพ่อค้าขายไอศกรีมอยู่ที่ อ.แกลง จ.ระยอง ภายหลังเศรษฐกิจไม่ดีจึงเลิกขาย ทำให้ไม่มีเงินใช้ เลยวางแผนก่อเหตุจี้ชิงรถขนเงินของบริษัทแซมโก้ เพราะเคยเห็นคนอื่นก่อเหตุแล้วได้เงินแบบง่าย ๆ โดยได้เช็กข้อมูลเกี่ยวกับรถขนเงินแซมโก้ และสำรวจเส้นทางหลบหนีอยู่นาน 3 วัน จึงตัดสินใจก่อเหตุ หลังจากได้เงิน จึงนำไปซื้อรถยนต์เก๋ง และใช้เที่ยวเตร่จนมาถูกจับกุมดังกล่าว